หัวค่ำต่างออกไป

ขณะนั่งพิงเสาเถียงนา แสงค่ำค่อยๆลูบไล้ทิวไม้ตรงโนนนาที่ดูคล้ายกำแพงสีหม่นตั้งกางกั้นผืนนากับป่าหัวนาด้านหลัง ความคึดอ่านของเขาทยอยผุดพราย

ความพยายามสุดสิ้นแล้ว เมื่อกำแพงใจของคนที่หมายสื่อสารสัมพันธ์สูงขึ้นและหนาออก มากขึ้นๆ

เขาหมายถึง การเดินทางเข้าไปสู่อาณาจักรส่วนตัวของเธอ ด้วยเวทมนตร์ของสื่อออนไลน์ มันช่างน่าละอายนัก ไทนาท่งสวนกับไทในระบบรัฐสวัสดิการเต็มรูป

“งานยุ่ง ไม่มีเวลาอ่าน ขี้เกียจอ่าน สื่อสารเฉพาะที่จำเป็น!” เด็ดขาด และแจ่มกระจ่างกระไร จุกในใจ คล้ายมวยโดนมัดน็อก ล้มหงาายท้อง เขากลายเป็นคนน่ารำคาญ พฤติการที่ผ่านมา มันชวนสลดสังเวชในสายตาใครบ้างหนอ ที่ได้รู้เรื่องราวนี้แล้ว

แปลงดอกไม้ขนาบข้างทางเดินเข้าเถียง ยาวจากตรงมุมทางคอนกรีตที่ทอดออกมาจากหมู่บ้าน สักสิบเอ็ดก้าว บานชื่นทอดอกบานมาหลายสัปดาห์แล้ว มันบานมาพร้อมกับถ้อยคำพรั่งพรูจากใจของคนท่งนาสวนที่บังเอิญวิญญาณนักเขียนสิงสู่ อย่างไม่รู้เหนือรู้ใต้

เจตนาส่งสารทุกกัวค่ำ บางครั้งก็เช้าด้วย บางวันก็บ่ายด้วย ทำให้ห้องกล่องข้อความที่เชื่อมระหว่างเขาและเธอ ไม่ว่างเว้นถ้อยคำมานานแล้ว

ที่จริง 7 ปีที่เริ่มสื่อสารอย่างนี้ก็เกิดดับเป็นห้วงๆ ลึกๆ แล้วเขาพออ่านท่าทีของเธอออก เพราะความสัมพันธ์ฉันท์คนรู้จักห่างๆ ไม่มีจุดเชื่อมแข็งแรง ไม่มีที่หมายร่วมใดๆนั้น มันช่างเปราะบางกว่าหน่อข้าวใหม่ ที่หากฝนไม่มาพรำสักเดือน ก็คงแห้งเหี่ยวเหลืองแดงและตายลง

คำ “คิดไปเอง” ช่างชัดขึ้นๆ เหมือนจันทรขึ้นสิบห้าค่ำ เหนือทิวไม้ชายทุ่งนี่ล่ะ เธอคิดแค่ หนึ่งคนรู้จัก ที่บังเอิญพบกันในโลกออนไลน์ หามีอะไรอื่นเคลือบทาไม่

เขาตื่นจากภวังค์ ขณะนกนาส่งเสียงเรียกสมาชิกกลับรัง เจี้ยวจ้าวจริงจังตะวันลับทิวไม้ไปนานแล้ว ความมืดแผ่คลุมท่งนาสวน

ตั้งใจแน่แท้ เขาเดินจากเถียงนา มุ่งสู่เฮือนน้อยถัดออกไปทางทิวไม้ชายทุ่ง ‘จะได้เริ่มต้นนิยายให้จบ เป็นเรื่องๆ ไป เสียที’ เขาคิดขณะเดินย่างตามทางดินออดหลอดระหว่างแถวมะขามเปรี้ยวจากเถียงยาวไปจนถึงเฮือนน้อย ลมหัวค่ำรำพึงแผ่ว กิ่งอุ้มดอกใหม่แกว่งไกวตามแรงลมต้นฤดูฝน หอมไอดินหญ้าอ่อนๆ แทรกเข้าจมูก มือซ้ายจับแท็บเล็ตไว้แน่น

หัวค่ำวันนี้ หลังข้าวค่ำ เขาจะมีเวลาคิดเขียนนิยายจริงจังเพิ่มขึ้นอีกไม่น้อยกว่าห้านาทีเป็นแน่แท้!

เผยแพร่โดย

SaimingSainan

คำเขียนคน คนขายคำ

ใส่ความเห็น