ທາງຫອມ > ลูกส้มมอเมี่ยงปลาร้า

ปลายพรรษา ฝนเริ่มซา บริเวณรอบ ๆแปลงหอมที่ดอนกะยอมของเรานั้น ต้นส้มมอหรือสมอขึ้นเรียงรายเป็นสาย เป็นกลุ่มก้อน ต่างอวดลูกบนเรือนต้นเป็นพุ่ม เป็นพวงเหมือนใผแกล้งร้อยลูกแก้วสีเขียว แล้วนำมาผูกติดกิ่งก้านไว้ ยามนี้ลูกของมันกำลังแก่พอกินเปรี้ยวดี เป็นสัญญาณเตือนว่า ฤดูไถโพนเตรียมปลูกผักบั่วหัวหอมได้เริ่มขึ้นแล้ว

ในช่วงปีสองพันห้าร้อยยี่สิบสามยี่สิบสี่ ควายยังเป็นแรงงานไถคราดชั้นดี เป็นเวลาเกือบสามเดือน หลังจากไถดะกลบถั่วเขียวไปแล้วเมื่อช่วงต้นพรรษา ตอนนี้ต้นถั่วทั้งหลายได้เปื่อยเน่ากลายเป็นเนื้อเดียวกับดินจนแทบไม่เหลือซาก ถึงคราวที่ต้องไถแปรรอบที่หนึ่ง เพื่อตากดินให้แห้ง ก่อนจะไถดะและไถแปรอีกรอบสองรอบ ให้ดินก้อนเล็กลงจนร่วนได้ที่

การเดินจับคันไถ ตามรอยควายในไร่สวน เป็นเรื่องสนุกสำหรับผู้หัดใหม่อย่างข้อยในตอนนั้น สนุกที่จะได้ทำงานเหมือนผู้ใหญ่ รู้สึกภาคภูมิใจมาก ที่ได้เป็นเรี่ยวแรงของครอบครัว แต่พอไถเป็นแล้ว ความขี้เกียจก็ค่อย ๆมาเป็นเจ้ากุมใจ แต่อย่างไรเสีย เมื่อเห็นพ่อแม่ทำงานลำบาก ก็สลัดทิ้งความขี้เกียจออกไปได้โดยง่าย

โพนแปลงหอมของพ่อ แปลงใหญ่มาก สักแปลงละสี่ไร่กว่า ๆเห็นจะได้ สองแปลงก็ตกเกือบสิบไร่ การลงไถต้องทำแต่เช้า ถึงจะได้งานคุ้มวันที่เสียไป จึงเป็นเหตุให้พ่อกับข้อยต้องออกจากบ้านตั้งแต่ไก่ขันกก มาถึงชายป่าทางเข้าสวน ยังไม่เห็นแสงตะวันออกเล็ดลอดขอบฟ้าขึ้นมาแม้แต่น้อย

จากบ้านมาสวน ระยะทางประมาณว่าลำเก้ากลอนสิบ
กลอนจบ นับว่าไม่ใช่ระยะทางสำหรับการเดินเล่นอย่างเดินชมดงลำดวนในสวนสำเด็จแต่อย่างใด พ่อต้องแบกไถเดินตีคู่มากับควาย แถมเอวพ่อยังต้องคาดผ้าข้าวม้าที่ขอดก่องข้าวน้อยไว้ด้วย ส่วนข้อยสบายหน่อยขี่หลังควายอีกตัวตามมาติด ๆ แม้ว่าต้องสะพายครุสังกะสีที่บ่าก็บ่หนักหนาอะไร

เรามีควายสองตัว พ่อใช้ควายตัวหนึ่ง ข้อยใช้ควายอีกตัว เราไถตามก้นกัน โดยพ่อออกไถนำหน้าไปสักยี่สิบเมตร ข้อยจึงสะบัดเชือกบอกควายตัวเล็ก ให้เดินหน้าตามหลังพ่อไป

อากาศยามเช้าปลายพรรษาวันนั้น หมู่เมฆชวนกันหลบหน้าไปพักผ่อน เหลือแค่ริ้วขาวบางไม่กี่ริ้ว พอเป็นเพื่อนฟ้าสีน้ำทะเล ลมเหนือรำเพยเชยชื่น ทุ่งข้าวรวงเขียวดูกว้างไกลสุดตา ไหวเอนลู่ลีลาตามแรงลมหนักเบา คล้ายผ้าแพรผืนใหญ่ ที่มีมือวิเศษของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ บรรจงสะบัดเป็นจังหวะอย่างทะนุถนอม

เราไถโพนกันไปเรื่อย ๆ จนตะวันลอยมาอยู่เหนือยอดไม้สักคืบได้
“หลวง” พ่อมักเรียกข้อยอย่างนี้ “หยุดพักเซากินข้าวเช้าก่อน”

พ่อกระตุกเชือกสั่งให้ควายหยุด ปักไถไว้ตรงนั้น แล้วเดินไปปลดแอกที่ร่องคอติดกับไหล่มันออก ยกมาวางที่หงอนไถ เอาฝามือเปื้อนดินตบที่สีข้าง บอกเพื่อนยากว่าถึงเวลาพักแล้ว มันตรงรี่ไปที่บวกน้ำเล็ก ๆ ข้างโพน ไปถึงมันก็รีบลงนอนเกลือกน้ำขี้ตมไปมา ระบายความร้อน ข้อยทำตามพ่อ ตบสีข้างควายตัวเล็ก มันตรงไปบวกอีกที่ ไม่ห่างกันนัก

ที่ใต้ร่มเพิงกิ่งไม้ มีรูโหว่ให้แสงลอดลงมาเป็นลำ เกิดลายจุดสว่างเล็กใหญ่หลายจุดบนพื้นดินสีเทา เราจัดการกับอาหารมื้อเช้า นั่งพักกันพอข้าวเรียงเม็ด จึงไปนำควายมาเข้าไถอีกรอบ

รอบก่อนเที่ยงนี้ เป็นรอบที่แสนสาหัสทั้งคนทั้งควาย เพราะอากาศเริ่มคล้ายเตาอบเผาถ่าน ควายเดินลากไถไป หายใจฮืดฮาดและหอบแรง ๆเป็นจังหวะสลับกัน ขณะคนบังคับหางไถไปได้สักชั่วโมง ปากคอเริ่มแห้งผาก น้ำลายเหนียวติดคอ ต้องเทียวหยุดไถ ใช้ครุตักน้ำจากบ่อดินขึ้นมาดื่ม และหิ้วไปให้ควาย ที่เหลือดื่มก็จัดการสาดราดตัวมันด้วย ถ้าร้อนมาก ๆ บางทีต้องเอาดินโคลนมาทาหลังกันแดดให้มัน

เราทำงานกันไปจนดวงตาเว็นผ่านเลยหัวไปทางทิศ
ตะวันตก เงาควายทาบทับหงอนไถ จึงหยุดพัก

ช่วงพักเที่ยงนี้เอง ที่ต้องเข้าป่าหาของกินมื้อบ่ายกัน ได้ผัก ได้ตั๊กแตน มารวมกับกบเขียดที่เราจับได้ขณะมันตกใจกระโดดหนีคมไถออกมาจากพื้นดิน อวดโฉมในฮ่องไถ ข้าวมื้อสวยมื้อบ่ายนี้ เรามักทำกินร่วมกันกับครอบครัวลุงและอาว
ระหว่างที่ผู้ใหญ่ช่วยกันทำอาหารอยู่นั้น ข้อยต้องหาของกินแก้หิว แก้เหนื่อยไปก่อน ไม่งั้นต้องเป็นลมแน่ มองขึ้นไปบนต้นส้มมอ ลูกดกเต็มต้น ที่ตกเรี่ยรายพื้นก็มาก ข้อยเลือกต้น

ที่รสชาติกลมกล่อมไม่เปรี้ยวไม่ฝาดมาก ได้ทั้งลูกสดจากต้นและที่ตกพื้นมาสองกำใหญ่ จัดการเช็ดด้วยผ้าขาวม้าผืนที่มัดหัวตอนไถโพนนั่นแหละ ลากถ้วยปลาแดกปลาร้าของเก่าเมื่อวานที่มีต่อนปลาเข็งอยู่ ข้าง ๆ นั้นมีหนอนตัวน้อยนอนหายใจรวยรินอยู่สี่ห้าโต ขบลูกส้มมอได้ชิ้นพอคำ ใช้นิ้วมือจับไถอันกร้านดำหยิบจ้ำปลาร้าส่งเข้าปาก เคี้ยวตุ้ย ๆ อะไรจะอร่อยปานนั้น ข้อยซัดส้มมอไปหลายลูก ค่อยรู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้น

“ท้องว่าง กินหลาย ระวังขี้ไหลเด้อหล้า” ลุงร้องบอกขณะกำลังตั้งหมอดินเตรียมหุงข้าว
“อย่าฟ้าวกินน้ำละ” ลุงเตือน
“บ่เป็นหยังดอกลุง” ข้อยยิ้มแบบไม่ใส่ใจ

ลูกส้มมอเป็นยาระบายที่ดีจริง ๆ เพราะหลังจากกินข้าวสวยแล้วไม่นาน ข้อยต้องวิ่งเข้าป่า ปลดทุกข์ใหญ่แทบไม่ทัน
วันต่อมา พ่อพาขึ้นส้มมอ เอาลูกกำลังแก่มาดองน้ำเกลือ ไว้กินยามลูกมันวาย เป็นของขบเคี้ยว และยังเป็นยาถ่าย ยาอายุวัฒนะด้วย

มาวันนี้ ที่ตลาดริมทางหลวงทางหลักหลายสาย แถว ๆ จังหวัดอุบลฯ เห็นมีผักผลไม้ทั้งของป่าของบ้าน มาวางขายกัน ส้มมอก็มีขายด้วย แม่ค้าจัดเป็นถุงเล็ก ๆ ถุงละห้าบาท อยากให้คนซื้อไปกินกัน จะได้ช่วยรักษาต้นส้มมอทางอ้อม ให้มีไว้กินไว้ขายนาน ๆ กลัวไม่มีใครสนใจ แล้วพลอยตัดต้นส้มมอทำถ่านกันหมด ยาดีของเก่าจะไม่เหลือหรอ ให้คนรุ่นหลังได้กินได้ใช้กัน หันไปนิยมยาเม็ดยาขวดในร้าน จนปักใจว่า นั่นคือยาวิเศษไปเสียหมด

By SaimingSainan

คำเขียนคน คนขายคำ

ใส่ความเห็น